“แฟรนไชส์อาหาร” ยอดนิยมและน่าลงทุนในปี 2561

3391 ผู้เข้าชม

หลายคนคงจะมีความฝันที่อยากจะผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัว สร้างกิจการที่เป็นของตัวเองกันมากขึ้น เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้มนุษย์เงินเดือน เริ่มเบื่อหน่ายกับงานประจำที่ทำอยู่ ซึ่งวันนี้หากคุณกำลังมองหารายได้เสริมหรืออยากมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตนเอง และไม่ต้องการความเสี่ยงในการลงทุน วันนี้จึงขอนำเสนอการลงทุนทำธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชส์อาหาร ยอดนิยมและน่าลงทุนในปี 2561 เริ่มจาก

1) เกาเหลาเนื้อธัญรส
เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ+ลูกชิ้น มีทั้งเนื้อสด เนื้อเปื่อย เครื่องใน โดดเด่นที่ลูกชิ้นสูตรของธัญรสที่ทำเอง สดใหม่ทุกๆ วันภายใต้ชื่อ “เกาเหลาเนื้อธัญรส” ที่เปิดกิจการมาแล้วถึง 40 กว่าปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 ที่เปิดบริการครั้งแรกที่จังหวัดชลบุรี และปัจจุบันมีสาขามากกว่า 80 สาขาทั่วประเทศ และมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีชื่อเสียงมากในภาคตะวันออก

ค่าแฟรนไชส์ : 20,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : ภายในระยะเวลา 3-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดขาย)

2) ผัดไทยยายลำดวน
ผัดไทย หอยทอด อาหารไทยทานง่าย ได้รับความนิยมบริโภคทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ แม้กระทั่งกลุ่มอาเซียนเองก็นิยมบริโภคผัดไทยด้วยรสชาติที่มีเอกลักษณ์ ถือได้ว่าเป็นเมนูประจำชาติไทยไปแล้ว
โดย “ผัดไทยยายลำดวน” มีประวัติความเป็นมากว่า 55 ปีนับตั้งแต่ปี 2506 และเริ่มขายเป็นแฟรนไชส์ในปี 2561 นี้ ปัจจุบันมีด้วยกันอยู่ 3 สาขา

ค่าแฟรนไชส์ : 12,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : ขึ้นอยู่กับทำเลและยอดขาย

3) ส้มตำมาละเด้อ
แฟรนไชส์ส้มตำ อาหารอีสานหลากหลายเมนู อย่างส้มตำ ยำ ลาบ น้ำตก ต้มแซบ แกงอ่อม ไก่ทอด ไก่ย่าง คอหมูย่าง และเมนูอื่นๆ อีกมีพัฒนาให้เกิดความง่ายในการประกอบอาหาร โดยการพัฒนาและผลิตเป็นซอสสำเร็จรูปมากมาย
“ส้มตำมาละเด้อ” มีการดำเนินกิจการมากกว่า 3 ปี โดยมีการพัฒนาสูตรอาหารอีสานอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ทั้งระบบร้านค้า การบริหาร การจัดการ การตกแต่งร้านค้าแฟรนไซส์ส้มตำมาละเด้อ

ค่าแฟรนไชส์ : 8,500-150,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : ขึ้นอยู่กับทำเลและยอดขาย
รายละเอียดแฟรนไชส์ : facebook.com/Somtummaladerofficial

4) ร้านจิ้มจุ่ม
แฟรนไชส์จิ้มจุ่ม ภายใต้ชื่อ “แสนดี จิ้มจุ่ม นุ่มลิ้น” เป็นธุรกิจร้านอาหาร ประเภทหมูจุ่ม จุดเด่นคือ การหมักหมูที่นุ่มลิ้น น้ำจิ้มแซบจี๊ดสะใจ พร้อมน้ำซุปที่กลมกล่อมหอมสมุนไพรไทย และทานได้ทุกเพศ ทุกวัย ทานได้ทั้งครอบครัว
“แสนดี จิ้มจุ่ม นุ่มลิ้น” ดำเนินกิจการมาแล้วกว่า 10 ปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 แต่เปิดขายแฟรนไชส์มาเพียง 1 ปีเท่านั้นตั้งแต่ปี 2560

ค่าแฟรนไชส์ :180,000-520,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : ภายใน 3-6 เดือน ลงทุนน้อย คืนทุนไว กำไรดี
รายละเอียดแฟรนไชส์ : facebook.com/RanSanDeeJimJumNumLin

5) ไก่ย่างห้าดาว
ไก่ย่างที่คนทั่วๆไปรู้จัก ถ้าพูดถึงไก่ย่างในประเทศไทย ทุกคนก็จะนึกถึงไก่ย่างห้าดาวเป็นอันดับแรก เพราะไก่ย่างห้าดาวเป็นที่รู้จักกันมา กว่า 20 ปี มีความสด อร่อย และมีมาตรฐานความปลอดภัย ไก่ย่างห้าดาวมีซุ้มจำหน่ายอยู่เกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย

ค่าแฟรนไชส์ : 15,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : ขึ้นอยู่กับทำเลและยอดขาย
รายละเอียดแฟรนไชส์ : www.5dao.co.th

6) สเต็กลุงใหญ่
สำหรับแฟรนไชส์สเต็ก คงไม่มีใครไม่รู้จัก “สเต็กลุงใหญ่” ที่มีสโลแกนว่า “สเต็กสไตล์ไทย ราคาคนไทย” และมีเอกลักษณ์ด้วยสูตรหมักพริกไทยดำจนเข้าเนื้อ รสชาติจัดจ้าน ถูกปากคนไทย ตลอดจนให้ความสำคัญเกี่ยวกับหลักโภชนาการโดยโรงงานผลิตซึ่งเป็นครัวกลางจึงมั่นใจได้ว่าได้มาตรฐานเดียวกันอย่างแน่นอน

นอกจากสเต็กแล้วยังมีอีกหลายเมนูอย่าง สปาเก็ตตี้, สลัด,ไส้กรอก, อาหารทานเล่นต่างๆ ในราคาที่ไม่แพง และด้วยประสบการณ์ในวงการสเต็กมานานกว่า 10 ปี ชื่อที่ติดตลาดอยู่แล้ว จึงมั่นใจได้ว่าขายดีอย่างแน่นอน

ค่าแฟรนไชส์ : 79,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : 3 – 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับศักยภาพของ ทำเล ที่ตั้งในการเปิดร้าน)
รายละเอียดแฟรนไชส์ : www.loongyai.com

7) ต.เนื้อย่าง
เริ่มเห็นกันอย่างแพร่หลายตามตลาดต่างๆ สำหรับร้านเนื้อย่าง เนื้อโคขุนแบบเสียบไม้ ซึ่งแต่ก่อนแล้วเนื้อโคขุนค่อนข้างหาทานยากเพราะมีราคาที่แพงจะหากินแต่ละทีก็ต้องเข้าร้านที่เนื้อโคขุนโดยเฉพาะ แต่ปัจจุบันนี้มีการนำมาขายแบบเสียบไม้ละ 10-20 บาทเหมือนหมูปิ้งทั่วไปทำให้ขายดีมากๆ

สำหรับ ต.เนื้อย่าง เป็นแฟรนไชส์เนื้อโคขุนเสียบไม้ย่าง สูตรต้นตำหรับ สุดยอดอร่อย มีสาขามากที่สุดในประเทศไทยมีแฟรนไชส์ให้เลือก 3 ชุดด้วยกันประกอบด้วย

7.1) ชุดทดลองขาย งบลงทุน 3,000 บาท 
โดยจะได้รับเนื้อโคขุนติดมัน 500 ไม้ ป้ายไวนิลแบรนด์ ต.เนื้อย่าง ขนาด 100×80 ซม. จำนวน 1 ผืน ถ้าขายหมดจะได้กำไรทันที 2,000 บาท

7.2) ชุดขายจริง งบลงทุน 6,000 บาท
โดยจะได้รับเนื้อโคขุนติดมัน 1,000 ไม้ ป้ายไวนิลแบรนด์ ต.เนื้อย่าง ขนาด 180×100 ซม. 1 ผืน และ ขนาด 180×30 ซม. อีก 1 ผืน ป้ายฟิวเจอร์บอร์ดขนาด 20×90 ซม. 2 แผ่น ธงญี่ปุ่น 2 ด้าน สติ๊กเกอร์ราคาติดป้ายตั้งโต๊ะ หมวก และผ้ากันเปื้อน ถ้าขายหมดได้กำไร 4,000 บาท

7.3) ชุดมืออาชีพ ลงทุน 12,900 บาท 
ได้รับคีออส วัตถุดิบ และอุปกรณ์ พร้อมขาย

รายละเอียดแฟรนไชส์ : facebook.com/torbeefgrill

ข้อมูลจาก : scbsme.scb.co.th


บทความที่เกี่ยวข้อง
5 เทคนิคการขายออนไลน์ให้เปรี้ยง
1) สร้าง content ที่น่าสนใจ เพื่อให้คนติดตามให้คนกด like กดแชร์เยอะๆ เพื่อให้เพจมีคนติดตามมากๆควรหา content ที่น่าสนใจ เพราะถ้าบทความไม่น่าสนใจเพจของคุณมีโอกาสดับแน่นอน 2) คุยกับลูกค้าเยอะๆ ข้อสำคัญของร้านค้าออนไลน์ที่อยากขายดีคือทำให้ยอดไลค์ ยอดคอมเม้น และยอดแชร์เพิ่ม ไม่ว่าจะมาจาก content ที่ลูกค้าอยากอ่าน หรือกิจกรรมที่ลูกค้าอยากเข้าร่วมบนเพจเฟสบุ๊คของคุณก็ตาม และการตอบคอมเม้นลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จะทำให้เพจเฟสบุ๊คของคุณน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น และทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณได้ง่ายขึ้นในอนาคตต้องทำให้เพจเคลื่อนไหวตลอดเวลา
“10 แหล่งค้าส่ง” ขายของถูก ซื้อมา..เข้าร้าน
หลายคนที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจ และกำลังมองหาแหล่งวัตถุดิบ หรือแหล่งซื้อสินค้าไปทำไรต่อ ใครที่ยังไม่รู้สินค้าที่ตัวเองต้องการขายได้ที่ไหน? รวบรวม “10 แหล่งค้าส่ง” ทั้งสินค้าและวัตถุดิบต่างๆ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่สนใจเก็บไว้เป็นข้อมูล เปรียบเทียบราคาและคุณภาพ มาเริ่มกันเลยคะ
 วิธีพัฒนาธุรกิจสู่ระบบแฟรนไชส์
ผู้ประกอบการธุรกิจหลายคนที่มีความฝันอยากจะพัฒนาธุรกิจของตนไปสู่รูปแบบของแฟรนไชส์ ด้วยเสียงเรียกร้องจากผู้ที่สนใจลงทุนธุรกิจ การพัฒนาไปสู่ระบบแฟรนไชส์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ผู้ประกอบการเองควรมีความพร้อม ซึ่งจะประกอบไปด้วยหลายองค์ประกอบ ควรที่จะศึกษาและเข้าใจในทุกรายละเอียด พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ จนเป็นที่ยอมแก่ผู้ที่สนใจอยากลงทุนด้วย 8 วิธีพัฒนาธุรกิจสู่ระบบแฟรนไชส์ ดังต่อไปนี้
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy