เจาะลึกการเลือกทำเลเปิดร้านขายอาหารในปี 2018

Last updated: 2 ต.ค. 2561  |  979 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เจาะลึกการเลือกทำเลเปิดร้านขายอาหารในปี 2018

“ธุรกิจร้านขายอาหาร” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ใครหลายๆคนนั้นไฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของ แต่การที่จะเปิดร้านอาหารนั้น ทำเลหรือที่ตั้งร้านอาหารนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจอาหาร ถ้าคุณเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมแล้วหละก็ การเปิดร้านอาหารนั้นก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เราจะเลือกทำเลเปิดร้านอาหารยังไงดี ?
นั้นคือคำถามแรกที่คุณจะต้องเจอ เพราะมันคือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก หากยังหาสถานที่ที่เหมาะสมไม่ได้ การวางแผนธุรกิจเกี่ยวกับร้านในเรื่องอื่นๆ คงจะไม่มีความหมาย และการเลือกทำเลเพียงเพราะความชอบส่วนตัวก็อาจไม่ส่งผลดีกับธุรกิจของคุณเลย ไม่ใช่ทุกพื้นที่จะเหมาะเป็นทำเลสำหรับร้านอาหาร ทำเลดีนั้นหายากมากเพราะได้ถูกจับจองไปหมดแล้ว บางครั้งพื้นที่ติดถนนบริเวณใจกลางเมืองที่วุ่นวาย อาจเป็นจุดที่คนเมินมากที่สุดก็ได้ ขณะเดียวกันทำเลที่คุณคิดว่าอย่างไรก็ไม่น่ามีคนผ่าน ก็อาจกลับกลายเป็นพื้นที่ที่ทำกำไรให้กับเจ้าของร้านได้อย่างมากมาย วันนี้เรามี 6 ปัจจัยและวิธีคิดวิเคราะห์ที่จะช่วยในการเลือกทำเลร้านอาหาร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคุณในการหาทำเลดีๆดังนี้


1) ลูกค้าอยู่บริเวณนั้นหรือเปล่า (Customer Location) ทำเลบางทำเลคนเยอะแต่อาจไม่เหมาะกับร้านของเราถ้าคนเหล่านั้นไม่ใช่กลุ่มลูกค้าที่เรามองหา ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนที่จะเลือกทำเลใดๆก็ตามเราต้องรู้ก่อนเสมอว่าเราจะขายใคร ในทำเลนั้นมีลูกค้าเราอยู่หรือไม่ พฤติกรรมเป็นยังไง การหาข้อมูลที่ดีที่สุดคือการเข้าไปนั่งในร้านอาหารที่คล้ายๆเราแล้วสังเกตุกลุ่มลูกค้า อีกอย่างก็คือการหาข้อมูลในบริเวณนั้นๆ เช่น มีตึกออฟฟิศเยอะแค่ไหน กลางวันคนเหล่านี้ไปทานที่ไหนกัน คนผ่านหน้าร้านเยอะไหม


2) ทำเลที่สะดวก (Accessibility) อีกหนึ่งหัวข้อที่คุณควรพิจารณาสำหรับการเลือกทำเลก่อนการ เปิดร้านอาหาร โดยเลือกจากที่ตั้งบริเวณถนนสายหลักๆ หรืออาจจะเป็นถนนที่ใกล้กับทางด่วน มีเส้นทางผ่านหลายสาย จะช่วยให้ลูกค้าหรือรถยนต์รถโดยสารเข้าถึงตัวร้านได้ง่าย ไม่ต้องทนติดไฟแดงหรือการจราจรที่ติดขัด ทำเลที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มักจะมีทำเลที่หาง่ายไม่ลึกลับซับซ้อน ถ้ามีลานจอดรถพร้อมให้บริการลูกค้าพอเพียงจะทำให้ร้านราบรื่นมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน


3) เหมาะสมกับระยะเวลา (Period of Time) ก่อนทำสัญญาเช่า คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า คิดว่าร้านอาหารของคุณจะมีอายุสักกี่ปี 2 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี หลายคนอาจไม่เคยคิดถึงการปิดกิจการ แต่คุณควรคิดไว้ เพราะได้ทำสัญญาการเช่าได้ถูกต้อง บางคนอาจคิดว่าอยากเปิดยาวๆ เป็น 10 ปี จึงทำสัญญาเช่าระยะยาว เพื่อจะได้ลดความเสี่ยงว่าเจ้าของที่จะขึ้นค่าเช่าระยะยาว เพื่อจะได้ลดความเสี่ยงว่าเจ้าของที่จะขึ้นค่าเช่าหรือไม่ให้เช่าต่อ แต่ก็อย่าลืมว่า เกิดร้านอาหารของคุณไปไม่รอดจะทำอย่างไร ข้อแนะนำที่ดีที่สุดคือ 3 ปี และหากร้านไม่ได้สวยก็ค่อยต่อสัญญาเพิ่ม เลือกกลางๆเอาไว้ก่อน จะได้ไม่เจ็บตัวภายหลัง


4) เจ้าของพื้นที่ (Landlord) หากต้องเช่าพื้นที่ แทนการซื้อ คงต้องมีการพูดคุยกับเจ้าของพื้นที่ หรือทำสัญญาให้รัดกุม ป้องกันปัญหาในภายหลัง โดยเฉพาะในเรื่องของค่าเช่า หลายคนถึงกับถอดใจเมื่อมารู้ทีหลังว่า นอกจากค่าเช่าร้านที่ต้องจ่ายทุกเดือนแล้ว ยังมีรายจ่ายจิปาถะงอกขึ้นมาพร้อมค่าเช่าอีก โดยเฉพาะค่าส่วนกลาง ในกรณีที่เช่าร้านใต้อพาร์ทเมนต์หรือคอนโด ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเช่าใดๆ คุณควรสอบถามให้ดีเสียก่อนว่า มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มอีกไหม


5) คู่ค้าและคู่แข่ง (Partner and Competitors) ก่อนจะตัดสินใจเลือกทำเลใดๆก็ตาม คุณต้องไม่ลืมเก็บข้อมูลของร้านในละแวกนั้นด้วยว่า เขากำลังทำธุรกิจอะไรกันอยู่ หากว่ามีคนทำธุรกิจเดียวกับคุณอยู่แล้ว 5-6 ร้านคุณก็ต้องกลับมาพิจารณาให้ดีแล้วว่า จะมีกำลังต่อสู้ร้านเหล่านั้นไหวหรือไม่ นอกจากนี้ต้องดูให้ดีว่า ร้านค้าส่วนใหญ่แถวนั้นเงียบเหงาหรือคึกคัก หาดว่าคึกคัก คุณก็มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จตามได้ง่ายๆ


6) สังเกตเห็นง่าย (Visibility) ทำเลที่ดีคือที่ที่คนมักสังเกตุเห็นได้ง่าย อาจจะเป็นสถานที่ที่คนเดินกันอย่างพลุกพล่าน หรือบริเวณที่รถสัญจรไปมาบ่อยๆ หรือหากร้านของคุณต้องเข้าซอยไปซักนิด ก็อาจใช้วิธีติดป้ายร้านขนาดใหญ่ไว้ริมถนน เพื่อให้คนผ่านไปมารู้สึกคุ้นตา แม้วันนี้เขาอาจจะยังไม่ตัดสินใจเข้าร้าน แต่อย่างน้อยๆเขาก็สามารถจดจำชื่อและตำแหน่งร้านของคุณได้ไม่ยาก พูดง่ายๆก็เหมือนการทำโฆษณาแบบไม่ต้องเสียเงินนั้นแหละ

ปัจจุบันเทรนด์ความนิยมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป กลุ่มคนเมืองจากเดิมนิยมเดินตามโมเดิร์นเทรด แต่ในช่วงหลัง ปัญหาการจราจร และการขยายตัวของที่อยู่อาศัยในย่านชานเมือง ความเจริญที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคอมมูนิตี้มอลล์มากมาย อีกทั้งตลาดนัดกลางคืนหลายแห่ง ตามเส้นทางกลับบ้านและจุดศูนย์รวมผู้คนในระแวกนั้น เหตุนี้เองทำให้คนที่เบื่อปัญหาการจราจรและการหาที่จอดรถที่ยาก ก็จะหันมาเดินเข้าคอมมูนิตี้มอลล์และตลาดนัดที่สะดวกสบายกว่ามากขึ้นนั้นเอง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการเกิดขึ้นของคอมมูนิตี้มอลล์มีอยู่เป็นจำนวนมากให้เลือกสรร ดังนั้นควรพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้นให้ดีก่อน การเปิดโมเดิร์นเทรดจะมีค่าเช่าสูงซึ่งเราไม่แนะนำ ทำให้ไม่คุ้มกับการลงทุนในระยะยาว การเปิดในคอมมูนิตี้มอลล์ก็เป็นทางเลือกที่ถูกกว่า ถึงจะขายได้น้อยกว่า แต่อาจจะได้กำไรมากกว่าก็ได้

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้